เกี่ยวกับเรา

Body: 

สวัสดีครับ คุณเอี่ยว

เริ่มเล่าถึง บิ-บลิ-โอ้ เลยก็แล้วกันนะครับที่จริงเราเริ่มต้นทำเว็บ บิ-บลิ-โอ้ กันมาได้ 4-5 ปีแล้ว ก็เริ่มต้นจากการเป็นคนรักการอ่านหนังสือ หรือที่จริงถึงขั้นหมกมุ่นกันเลยทีเดียว ประวัติศาสตร์ของ บิ-บลิ-โอ้ นั้นเราแบ่งเป็นยุคก่อน facebook กับยุคหลัง facebook ครับ

ยุคก่อน facebook:
ถ้าใครเป็นสิ่งมีชีวิตที่บริโภคหนังสือเป็นอาหารอย่างเรา คงเข้าใจกับอาการเดินเอียงเข้าไปในร้านหนังสือโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวดี ที่กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็หอบหนังสือออกมาถุงใหญ่ หลังจากเอากลับมาถึงบ้าน และหยิบหนังสือที่ซื้อมาลูบๆคลำๆสักพัก ก็เริ่มก้มหน้าก้มตาอ่าน สติมาปัญญาเกิดอีกทีก็มีหนังสือกองอยู่เต็มบ้านไปหมด

นอกจากการอ่านหนังสือ การจัดหนังสือชั้นหนังสือก็เป็นความสุขไม่แพ้กัน และจัดชั้นหนังสือทีไร ก็ได้ค้นพบว่า ตัวเราเองนั้นมีหนังสือซ้ำกันอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเพราะซื้อซ้ำ หรือเพราะสำนักพิมพ์เขาเปลี่ยนปก (อันนี้ บางทีก็รู้ตัวด้วยว่าซื้อซ้ำแต่ก็เต็มใจ)

และปัญหามันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิครับ ก็เมื่อคนในบ้านทุกคน ทั้งพ่อ แม่ พี่ น้อง ทุกคนต่างมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ แต่ละวันถึงมีการโทรถามกันไปมาว่า เล่มนั้นเล่มนี้ไปสอยกันมาหรือยัง ดังนั้นเราจึงดำริกันขึ้นมาตั้งแต่หลายปีก่อนแล้วว่า น่าจะทำเว็บห้องสมุดของที่บ้านขึ้นมา เพื่อให้สมาชิกทุกคนในบ้านเข้ามาเช็คชื่อหนังสือ ก่อนที่จะซื้อซ้ำให้เสียเงิน

ว่าแล้วเราก็ก้มหน้าก้มตา ยัดข้อมูลหนังสือลงไปไว้ในเว็บ บิ-บลิ-โอ้ เพื่อที่ก่อนใครจะซื้อเล่มไหนก็เข้าไปเช็คดูว่าบ้านเรามีแล้วหรือยัง และบางครั้งก็เขียนคอมเม้นต์กระจุ๊กกระจิ๊ก แบบว่าเล่มนี้เธอต้องอ่านเลยนะ พลาดไม่ได้ หรือเล่มนี้เธอต้องไม่ชอบแน่ๆ แนบไว้ในเว็บด้วย

อานิสงส์นี้จึงไปตกกับคุณเพื่อนๆและญาติโกโหติกาทั้งหลายด้วยหลังจากที่รู้ว่าเราทำเว็บห้องสมุดของที่บ้านขึ้นมา เพราะปกติบ้านเราก็ไม่ต่างอะไรไปจากห้องสมุดประชาชนที่ คุณๆเขาเวียนว่ายมาหยิบยืมหนังสือกันอยู่แล้ว ยิ่งทีนี้ได้รู้แบบออนไลน์ถ่ายทอดสด ว่าเล่มไหนเราเพิ่งซื้อ เล่มไหนเราแนะนำให้อ่าน ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของใครหลายคน

ยุคหลัง facebook:
หลังจากโลกคลอด มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก และ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก คลอด facebook ออกมา คำว่า "เพื่อน" มันได้ขยายขอบเขต เพื่อนในอุทรที่เคยพลัดพราก เพื่อนของเพื่อนที่เคยเห็นหน้ากันแว็บๆ หรือ เพื่อน-ของ-เพื่อน-ของ-เพื่อน ก็เปลี่ยนสถานะมาเป็น "เพื่อน" ได้จริง

ห้องสมุด บิ-บลิ-โอ้ ของเราจึงเริ่มมีผู้คนเดินเข้าเดินออก แวะชมแวะชิมแวะด่า หนังสือ นักเขียน ร้านหนังสือ ร้านกาแฟ ฯลฯ กันมากขึ้น และเราค้นพบว่า หลายคนก็มีปัญหาเกี่ยวกับการบริโภคหนังสือคล้ายๆกันเช่น การซื้อหนังสือซ้ำ การที่ชั้นหนังสือที่บ้านยังมั่วมุน หรือการที่มีหนังสือวางเป็นกองๆอยู่ตามมุมต่างๆของบ้าน เราก็คิดกันว่าน่าจะแบ่ง บิ-บลิ-โอ้ นี่ให้เพื่อนๆแต่ละคนได้หยิบหนังสือขึ้นชั้นกันบ้าง ได้อวดหนังสือโปรดกัน (ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ สัปดาห์หน้าก็คงเสร็จ) ได้แลกเปลี่ยนทัศนะ และอื่นๆตามแต่เพื่อนๆจะอยากให้เกิดขึ้นก็ว่ามา

และที่จริงเพื่อนของเราก็ไม่ได้มีแต่ นักอ่าน บางคนก็เป็นนักเขียน บางคนเปิดสำนักพิมพ์ บางคนออกแบบปกหนังสือ บางคนเปิดร้านหนังสือเล็กๆ บางคนเปิดร้านกาแฟ เขาเหล่านี้ก็เริ่มสนุกกับการมาอ่าน มาตอบคอมเม้นต์ ของแฟนของใครของมันกันหนุกหนาน เราเองก็สนุกกับการจับคนมาป๊ะกัน เหมือนจัดรายการพบญาติออกสื่อเลยทีเดียว

โลกอนาคต:
ถ้าถามว่าอีก 5 ปี 10 ปี บิ-บลิ-โอ้ จะมุ่งพุ่งไปในทางไหน เราคงตอบไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่หมอดู อีกอย่างเห็นเขาบอกว่าโลกจะแตกอยู่วันนี้พรุ่งนี้แล้วไม่ใช่เหรอ

แต่แน่ล่ะเราก็แอบหวังว่า สิ่งที่เราทำอยู่นี่จะทำให้ทุกคนในวงการหนังสือ จะสนุกกับสิ่งที่ทำมากขึ้น ถ้านักเขียนจะรวยขึ้นอีกสักนิด คนออกแบบปกจะได้รับความสนใจบ้าง ร้านกาแฟจะมีคนเข้าไปนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือมากขึ้น นักอ่านที่อาจจะเจอเพื่อนนักอ่านรสนิยมเดียวกัน จนถึงขึ้นจูงมือกันไปจดทะเบียนสมรสก็ไม่ว่ากัน สิ่งดีๆเหล่านี้เราควบคุมไม่ได้ แต่เราหวังได้ใช่ไหมครับ

ไม่แน่ใจว่าจะตอบคำถามคุณเอี่ยวได้เป็นเรื่องเป็นราวไหม ที่จริงตอบให้สั้นที่สุดก็คงตอบได้แค่ว่า เราทำ บิ-บลิ-โอ้ เพราะเราสนุก และการเล่นคนเดียวมันไม่สนุกเท่ากับการเล่นกับเพื่อนหลายๆคน คุณเอี่ยวว่างั้นไหมครับ

เน็ตกับโจ